10ตลาดคริสต์มาสเที่ยวยุโรปต้องเช็คอิน!

เทศกาลที่โรแมนติกจากแสงไฟระยิบระยับคลุ้งไปด้วยกลิ่นซินนามอนของขนมอบใหม่และเป็นช่วงเวลาสำหรับครอบครัว กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างอบอุ่นด้วยบรรยากาศแห่งความสุข คงจะนึกถึงเทศกาลไหนไปไม่ได้นอกจาก “คริสต์มาส” นอกจากจะเป็นช่วงเวลาแห่งครอบครัวแล้ว เทศกาลคริสต์มาสยังเป็นอีกช่วงที่คนจะไปเที่ยวยุโรปกันมากที่สุด ด้วยหิมะกำลังโปรยปรายมาพร้อมคุณลุงซานต้าใจดี หนาวนี้มีแพลนจะพาคนพิเศษไปเที่ยวกันรึยัง? P&P Holiday ขอแนะนำ 10 ตลาดคริสต์มาสที่ใครจะไปเที่ยวยุโรปต้องห้ามพลาด! แต่ก่อนจะไปดูสถานที่เที่ยวยุโรปเรามาทำความรู้จัก “เทศกาลคริสต์มาส” กันก่อนดีกว่าเพื่อให้การเดินทางครั้งหน้าของทุกท่านสนุกขึ้นไปอีกขั้น

วันคริสต์มาส - Christmas Day

วันคริสต์มาส คือการฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก เป็นวันฉลองที่มีความสำคัญ และมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่าพระเยซูมิใช่เป็นแต่เพียงมนุษย์ธรรมดา ๆ ที่มาเกิดเหมือนเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด และมีพระธรรมชาติเป็นพระเจ้าและเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์ จึงเป็นเหตุการณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนด้วย

ความสำคัญของวันคริสต์มาส

คริสต์มาสเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งในศาสนาคริสต์ มิใช่เป็นวันสำคัญรื่นเริงภายนอกเท่านั้น แต่แก่นแท้อยู่ที่ความรัก ของพระเจ้าที่ มีต่อโลกมนุษย์ นั่นคือพระเจ้าทรงรักมนุษย์มากจน ถึงกับยอมส่งพระบุตรเพียงองค์เดียวของพระองค์ให้มาเกิดเป็น “มนุษย์” มีเนื้อหนังมังสา ชื่อว่า “เยซู”

การที่พระเจ้าได้ให้เกียรติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของความชั่ว และบาปต่าง ๆ ดังนั้นความสำคัญของวันคริสต์มาสจึงอยู่ที่การฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อโลกมนุษย์ และเห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

ประวัติวันคริสต์มาส

คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษ โบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่าบูชามิสซาของพระคริสต์เจ้า เพราะการร่วมพิธีมิสซาเป็นประเพณีสำคัญที่สุดที่ชาวคริสต์ถือปฏิบัติกันในวันคริสต์มาส

เรื่องเล่าจากซานตาครอส

ซานตาคลอส (Santa Claus) นั้น มีเรื่องเล่าว่า ซานตาคลอสคนแรก คือนักบุญ (เซนต์) นิโคลัส ผู้เป็นสังฆราชแห่งเมืองไมรา ที่มีชีวิตอยู่ในราวศตวรรษที่ 4 โดยชีวิตในวัยเด็กของเซนต์ นิโคลัส อาศัยอยู่ทางฝั่งทะเลตอนใต้ของตุรกี และเขาต้องอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว เนื่องจากชาวโรมัน ผู้ครอบครองดินแดนแถบนั้นกดขี่ชาวคริสเตียน ต่อมาบิดามารดาของเซนต์ นิโคลัส เสียชีวิตลงและได้ทิ้งทรัพย์สมบัติให้เขาไว้มากมาย

วันหนึ่ง เซนต์ นิโคลัส เกิดสงสารครอบครัวเด็กหญิงคนหนึ่งที่ยากจน ด้วยความมีน้ำใจและใจบุญสุนทาง เขาจึงปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของครอบครัวยากจนนี้ แล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ แต่บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี ทำให้ครอบครัวแปลกใจที่ใครมาช่วยเหลือพวกเขา  ก่อนจะแอบดูและทราบในที่สุดว่า ผู้ใจบุญคนดังกล่าวคือ เด็กหนุ่มนามว่า นิโคลัส นั่นเอง

ต่อมา นิโคลัส ได้เข้าเป็นนักบวชคริสเตียน ก่อนจะได้ดำรงตำแหน่ง บิชอฟ แล้วย้ายไปดำรงตำแหน่ง สังฆราชแห่งเมืองไมรา (Myra) ซึ่งขณะนั้น ท่านสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างเต็มที่แล้ว เพราะจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรโรมสนับสนุนศาสนาคริสต์ ท่านเซนต์ นิโคลัส จึงเผยแผ่ศาสนา และอุทิศชีวิตให้กับคริสต์ศาสนาจนมีชื่อเสียงลือเลี่ยงไปทั่ว ก่อนจะมรณภาพในวันที่ 6 ธันวาคม ราวปี ค.ศ. 340 คริสต์ศาสนิกชนจึงได้สร้างโบสถ์เก็บรักษาศพของท่านไว้ ณ เมืองไมรา เพื่อให้ผู้แสวงบุญเดินทางมาเคารพศพ และยังได้เกิดปรากฎการณ์มหัศจรรย์ เมื่อมีน้ำมนต์ไหลออกมาจากกระดูกของท่านซึ่งเรียกว่า “มานนา”

และนี่เรื่องตำนานของ ซานตาคลอส ที่บอกเล่าสืบต่อกันมาช้านาน แน่นอนว่า เรื่องราวของ ซานตาคลอสไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตำนานเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ซานตาคลอสถือเป็นสัญลักษณ์ของ “ความรัก” และ “ความเมตตา” ที่มีให้เพื่อนมนุษย์ที่ร่วมโลกใบเดียวกันอีกด้วย

ตลาดคริสต์มาส เที่ยวยุโรป ต้องเช็คอิน!

หากเดินทางมาเที่ยวยุโรปในช่วงปลายปี “ตลาดคริสต์มาส” ถือเป็นสถานที่ที่มีทุกสิ่งที่หลาย ๆ ท่านชื่นชอบเกี่ยวกับฤดูหนาวมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงคริสต์มาสกลิ่นหอมของไวน์เครื่องเทศอุ่น ๆ และขนมขิงโรยน้ำตาลอบใหม่ร้อน ๆ รวมถึงจิตวิญญาณแห่งเทศกาลคริสต์มาสมากมาย P&P Holiday by Reign Inter ขอแนะนำให้ทุกท่านซื้อของที่ระลึกอย่างละชิ้นจากตลาดแล้วเดินทางไปทั่วยุโรป เพื่อไปเยือนตลาดคริสต์มาสทั้ง 10 แห่งเหล่านี้

1.COLMAR CHRISTMAS MARKET, ฝรั่งเศส

ในปี 2017 ตลาดคริสต์มาสที่เมืองกอลมาร์ (Colmar) นั้นถูกจัดอันดับเป็นตลาดคริสต์มาสที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของยุโรปเลยทีเดียว! ที่นี่มีสโลแกนว่า “Art and Tradition” หรือศิลปะและวัฒนธรรม ทุกท่านจะพบเห็นสินค้าต่าง ๆ มากมาย มีสินค้า handcraft วางขายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผา, เครื่องแก้ว,  เครื่องประดับและสิ่งทอต่าง ๆ สามารถเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ โบสถ์ และพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคกลางไปจนถึงศตวรรษที่ 19 เมื่อพระอาทิตย์ลาลับฟ้าก็จะมีการเปิดไฟให้แสงสว่าง ทำให้เหมือนราวกับว่ากำลังเดินอยู่ในเทพนิยาย อย่างไรอย่างนั้นสมกับชื่อตลาดคริสต์มาสที่มีชื่อว่า “Magic Christmas” (La Magie de Noël)

Tips: หากท่านมาเที่ยวยุโรปที่ฝรั่งเศส ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับเหล่านักประสานเสียงที่ออกมาร้องเพลง Christmas Carols ให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้ฟังกัน นอกจากนั้นแล้วยังมีกิจกรรม และการแสดงอีกหลายอย่างในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ อาทิเช่น การชิมไวน์หรือ wine tasting, คอนเสิร์ต, และอีกมากมาย

2.STRASBOURG CHRISTMAS MARKET, ฝรั่งเศส

ตลาดคริสต์มาสที่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) นั้น ตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1570 หรือเกือบ 450 ปีที่แล้ว! ว่ากันว่าเป็นตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงของคริสต์มาส หรือ “Christmas Capital” (Capital de Noël) อีกด้วย ในช่วงนี้ตลาดคริสต์มาสจะกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ทั้งขนมนมเนย และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ถูกนำมาเรียงขายโดยพ่อค้าแม่ค้ากว่า 300 แผง

Tips: แก้วไวน์ร้อนนั้นสามารถนำไปรีไซเคิลใช้ใหม่ได้ โดยราคาของไวน์ร้อนจะรวมค่ามัดจำแก้วไปด้วย ประมาณ 1€ เมื่อนำแก้วมาคืนก็จะได้เงินค่ามัดจำแก้วคืนด้วย หรือถ้าอยากเก็บไว้ก็ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่มาเที่ยวยุโรปคงพลาดไม่ได้เลยที่จะสะสมซักใบ

3.NUREMBERG CHRISTMAS MARKET, เยอรมนี

เมืองต้นตำรับแห่งขนมผิง เครื่องประดับงานฝีมือชั้นดีของเทศกาล Nuremburg / Nürnberg ประเทศเยอรมนี ถึงแม้ว่าตลาดคริสมาสต์ที่เมืองนูเร็มเบิร์กจะไม่ใช่ตลาดคริสมาสต์ที่เก่าแก่ที่สุด แต่ตลาดคริสมาสต์ที่นี่จัดว่าเป็นตลาดคริสมาสต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศเยอรมนี และเป็นหนึ่งในตลาดคริสมาสต์ที่ใหญ่ที่สุด และก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของตลาดคริสมาสต์ในยุโรป ตลาดหลักจะตั้งอยู่ที่ Haupt markt ซึ่งเป็นจตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า มีร้านค้าในงานทั้งหมดประมาณ 200 ร้าน โดยแต่ละร้านในงานจะอยู่ในซุ้มที่มีหลังคาผ้าใบสีแดง และสีขาวต้นคริสมาสต์ จะตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าของโบสถ์ Church of Our Lady เดินในตลาดคริสมาสต์ที่เมืองนูเร็มเบิร์กเราจะรู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปในบรรยากาศยุคกลาง

4.DRESDEN CHRISTMAS MARKET, เยอรมนี

ตื่นตาตื่นใจไปกับ Striezel markt ตลาดคริสต์มาสที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ตั้งอยู่ในจัตุรัส Altmarkt square ใจกลาง เมืองเดรสเดิน (Dresden) ประเทศเยอรมนี เป็นตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ถ้ามาเที่ยวยุโรปและต้องการสัมผัสบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสแบบแท้ ๆ คงพลาดตลาดนี้ไปไม่ได้ มีพ่อค้าแม่ค้ามาเปิดร้านขายของและขายอาหารอย่างคึกคักในช่วงเทศกาลคริสต์มาสมาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันมีร้านรวงกว่า 200 ร้านให้ทุกคนได้ไปช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฮนด์เมด หรือเครื่องประดับเทศกาลคริสต์มาสก็ตาม นอกจากนี้ยังมีทั้งขนม อาหาร และไวน์อุ่น ๆ ให้จิบแก้หนาวอีกด้วย

5.PRAGUE CHRISTMAS MARKET, สาธารณะรัฐเช็ก

พลาดไม่ได้เลยถ้ามาเที่ยวยุโรปสำหรับตลาดคริสต์มาสที่ Old Town Square หรือ จัตุรัสเมืองเก่าของกรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของสาธารณะรัฐเช็ก เพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งสินค้าแฮนด์เมด ขนมและอาหารที่มีให้เลือกมากมาย รวมถึงการแสดงดนตรีสด การเต้นระบำท่ามกลางแสงสีและต้นคริสต์มาสที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ยิ่งเมื่อเคล้ากับหิมะที่โปรยปรายลงมาก็ทำให้รู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดแห่งคริสต์มาส

6.ROTHENBURG CHRISTMAS MARKET, เยอรมนี

คนเยอรมันจะเรียกว่า Rothenburger Reiterlesmarkt คือ ตลาดคริสต์มาสที่เมือง Rothenburg ob der Tauber นั่นเอง สิ่งที่ทำให้เมือง Rothenbug แตกต่างเหนือสิ่งอื่นใดนั่นคือประเพณีของการเป็นที่รู้จักในชื่อ «เมืองแห่งคริสต์มาสนิรันดร์» เพราะมีการจัดเตรียมทุกอย่างเพื่อให้ระลึกถึงบรรยากาศคริสต์มาสและร้านค้า จึงมีของขวัญงานฝีมือและของประดับตกแต่งคริสต์มาสแฮนด์เมดทุกประเภทที่ทำด้วยเทคนิคของเมืองในช่วงเดือนต่าง ๆ ของปี เหมาะเป็นของฝากสำหรับคนที่เดินทางมาเที่ยวยุโรปถึงที่นี่จะไม่ใหญ่เหมือนที่อื่น แต่ก็มีความสวยงาม และดูโรแมนติกมากแถมที่เมืองนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์คริสต์มาส เพื่อดูประวัติและความเป็นมา รวมถึงต้นกำเนิดของเทศกาลคริสต์มาสด้วย

7.MONTBELIARD CHRISTMAS MARKET, ฝรั่งเศส

เมืองมงเบลียาร์ (Montbéliard) นั้นอาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูกันนัก เมืองนี้ตั้งอยู่ที่ฝั่งตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสในแคว้นบูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเต ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่ง Christmas Light เมื่อตะวันลาลับขอบฟ้า ไฟอันสวยงามก็ต่างเริ่มจุดตัวเองขึ้นเพื่อประดับประดาให้บ้านเมืองเก่าแก่นี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น ตลาดคริสต์มาสของที่นี่นั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Saint-Martin มีร้านค้ามาออกร้านกว่า160 ร้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนมหวานและงานฝีมือจากช่างมากหน้าหลายตา โดยไม่ได้มีแค่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่มาออกร้าน ยังมีเหล่าพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศที่มาร่วมออกร้านด้วย

8.FRANKFURT CHRISTMAS MARKET, เยอรมนี

เมืองแฟรงค์เฟิร์ด มีการจัดตลาดคริสต์มาสอย่างสวยงามเป็นประจำทุกปี เรียกว่า “Weihnachtsmarktam Römer” โดยจัดที่บริเวณ จัตุรัสตลาดโบราณ  Römerburg ทุกท่านสามารถเดินภายในงานนี้เพื่อชมคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง และรับประทานอาหารจานเด็ดจากหลากหลายร้านดังของเมืองที่ออกมาตั้งบูธอยู่ใต้ต้นคริสต์มาส เช่น Candied Almonds ของกินคลาสสิคที่เมื่อทานแล้วจะไม่สามารถหยุดทานได้ Currywurst ไส้กรอกเยอรมัน และ Glӧgg เป็นไวน์ร้อนใส่เครื่องเทศ อีกสิ่งที่น่าสนใจคือศิลปะ และหัตถกรรม เช่น เหยือกไวน์ร้อนรุ่นพิเศษสำหรับเทศกาลนี้ โดยเฉพาะที่น่าซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกไวน์แอปเปิ้ลของแฟรงค์เฟิร์ตก็มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย รวมถึงสบู่ที่ทำจากไวน์แอปเปิลก็เช่นกัน มัสตาร์ดสูตรพิเศษที่มีเฉพาะเมืองนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าขึ้นชื่อว่าดีที่สุดอีกด้วย และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือบรรดาขนมอบที่ทำจากธัญพืชและผลไม้อบแห้ง “Gebrannte Mandeln” หรืออัลมอนด์คั่วเคลือบคาราเมล คือขนมขบเคี้ยวประจำตลาดคริสต์มาสที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนชวนให้ลิ้มลองใครเดินผ่านร้านเป็นต้องแวะ บรรยากาศความคึกคักของตลาดคริสต์มาสท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนแถมยังล้อมรอบด้วยอาคารสวย ๆ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตลาดคริสต์มาสที่มีชื่อเสียง หากใครมาเที่ยวยุโรปไม่ควรพลาดเลยอย่างยิ่ง

9.BRUGES CHRISTMAS MARKET, เบลเยียม

ไปเที่ยวยุโรปเดินเล่นที่ตลาดคริสต์มาสกันต่อใน เมืองบรูกส์ หรือ บรูจส์ (Bruges) ประเทศเบลเยียม สำหรับเทศกาลคริสต์มาสของที่นี่จะเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษและเป็นศูนย์กลางเทศกาลคริสต์มาสของเบลเยียม สถานที่ทั่วทั้งเมืองจะถูกประดับตกแต่งให้สวยงามด้วยต้นคริสต์มาส ไฟประดับและของตกแต่งต่าง ๆ ให้คุณได้เดินเล่นชมเมืองอย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งยังมีตลาดคริสต์มาสต์ยุโรป ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองบรูกส์ 2 แห่งหลัก ๆ ได้แก่ Markt Square และ Simon  Stevinplein ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็จะได้พบกับตลาดคริสต์มาสขนาดย่อม ๆ ในทุกที่ ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งภายในตลาดแต่ละแห่งจะเต็มไปด้วยงานฝีมือน่ารัก ๆ ที่คุณสามารถซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้มากมาย

10.SALZBURG CHRISTMAS MARKET, ออสเตรีย

มาสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกคลอไปด้วยเสียงเพลงกันที่เมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย เที่ยวยุโรปทั้งทีจะพลาดบ้านเกิดของโมสาร์ท นักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกที่มีชื่อเสียงของโลกไปได้ยังไง ในทุก ๆ ปีที่บริเวณ Residenzplatz Square จะมีการจัดตลาดคริสต์มาสที่มีการแสดงดนตรีและร้องประสานเสียงเพลงคริสต์มาสแครอล เป็นส่วนช่วยสร้างบรรยากาศให้เราอินกับเทศกาลคริสต์มาสได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ โดยการแสดงดนตรีจะมีทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ส่วนการร้องเพลงประสานเสียงจะอยู่ที่บริเวณหน้าโบสถ์ ทุกวันอังคาร เวลา 18.00– 20.00 น. ในตลาดก็จะมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าน่ารัก ๆ พร้อมประดับไฟอย่างสวยงาม ล้อมรอบด้วยอาคารบ้านเรือนที่ดูคลาสสิกเป็นอีกหนึ่งตลาดคริสต์มาสในยุโรปที่น่าเดินเล่นมาก ๆ เลย

เที่ยวยุโรปช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ในช่วงเวลาดั่งต้องมนต์ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะทำให้บรรยากาศการเที่ยวยุโรปของทุกท่านมีความโรแมนติก และอบอุ่นมากยิ่งขึ้น หากใครต้องการเที่ยวตลาดคริสต์มาสสามารถเดินทางกับ P&P Holiday ได้ในโปรแกรม “CHRISTMAS MARKET” ท่านจะได้เดินเล่นตลาดคริสต์มาสอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น Colmar  Christmas Market, Strasbourg Christmas Market, Nuremberg Christmas Market และ Dresden Christmas Market พร้อมชิมไวน์อุ่น ขับรถลัดเลาะเที่ยวชมเมืองเล็ก และพักโรงแรมสุดหรูระดับ 4– 5 ดาวทุกคืน!